(ว่าด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับ) วอลเลย์บอล

วอลเลย์บอล เป็นอีกหนึ่งชนิดกีฬาที่ได้รับความนิยมอย่างสูงจากทั่วโลก ประเทศไทยของเราเองก็เช่นกัน นับตั้งแต่ทีมวอลเลย์บอลชายและหญิงทำผลงานได้ดีในระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ความนิยมสำหรับคนไทยก็มีเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ และเพื่อเพิ่มอรรถรสในการเล่นหรือตามชมตามเชียร์กีฬาชนิดนี้ เรามาอ่านเรื่องราวที่น่าสนใจของวอลเลย์บอลพร้อมๆ กันเลยครับ

กีฬาวอลเลย์บอล ถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1895 โดย นายวิลเลียม จี. มอร์แกน (William G. Morgan) ผู้อำนวยการฝ่ายพลศึกษาของสมาคม Y.M.C.A. ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเกิดจากแนวคิดที่เขาต้องการให้มีกีฬาสำหรับเล่นในร่มในช่วงฤดูหนาวแทนกีฬากลางแจ้ง เพื่อใช้ออกกำลังกายในยามที่หิมะตก

กฎกติกาวอลเลย์บอล

เป็นการแข่งขันระหว่าง 2 ทีม ทีมละ 6 คน โดยมีตัวรับอิสระได้ฝั่งละ 1 คน ใช้ตาข่ายสูงในการแบ่งเขตแดน โดยจะแข่งทำคะแนนจากการตีลูกวอลเลย์บอลตกในเขตแดนของฝ่ายตรงข้าม

สนามแข่งขัน

– ต้องเป็นพื้นไม้หรือปูนลักษณะเรียบ ไร้สิ่งกีดขวาง

– เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ยาว 18 เมตร กว้าง 9 เมตร แบ่งด้านยาวเป็น 2 ฝั่งเท่ากันด้วยตาข่าย

– มีพื้นที่โล่งเหนือสนามสูงอย่างน้อย 7 เมตรขึ้นไป ส่วนพื้นที่รอบสนามควรกว้างตั้งแต่ 3 เมตรขึ้นไป ในการแข่งขันระดับสากลจะกำหนดให้พื้นที่โล่งเหนือสนาม 12.5 เมตร พื้นที่ด้านข้างและด้านหลัง 5 และ 6 เมตรตามลำดับ

– สีพื้นสนามต้องเป็นสีอ่อน และมีสีที่แตกต่างกับพื้นที่โล่งรอบสนาม

– มีตาข่ายกว้าง 1 เมตร แถบบนของตาข่ายกว้าง 7 ซม. ส่วนบนของตาข่ายจะสูงจากพื้นสนาม 2.43 เมตร และ 2.24 เมตร สำหรับประเภทชาย และหญิงตามลำดับ

– เส้นรอบสนามกว้าง 5 ซม. เป็นสีอ่อนที่ตัดกับพื้นสนามอย่างชัดเจน

– เส้นแบ่งเขตแดนจะอยู่ตรงกลางสนาม อยู่ใต้ตาข่าย หรือตรงกับเสาตาข่ายพอดี

ลูกบอล

ทำจากหนังหรือหนังสังเคราะห์ มีเส้นรอบวงประมาณ 65-67 ซ.ม. หนัก 260-280 กรัม มีแรงดันภายใน 0.30–0.325 กก./ตร.ซม.